สารจากประธานกรรมการ

ในปี 2563 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งสำคัญของมนุษยชาติที่มีผลกระทบเกือบทุกด้านในทางลบ เช่น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถูกกระทบอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกนับล้านคน และมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่หยุดการแพร่เชื้อจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถดำเนินแผนงาน “วิสัยทัศน์ 2020” ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามกลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเติบโต (Growth) ความหลากหลาย (Diversity) ตราสินค้า (Brands) การขายและกระจายสินค้า (Reach) และความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) ซึ่งเป็นการแสดงออกในความมีศักยภาพและสมรรถภาพของคณะผู้บริหารอย่างชัดเจน

เพื่อเสริมต่อยอดความสำเร็จที่ผ่านมาจาก “วิสัยทัศน์ 2020” บริษัทพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่คือ “PASSION 2025” ซึ่งประกอบด้วย

  1. สรรสร้างความสามารถ (Build) คือการสร้างความสามารถและนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพของผลิตภัณฑ์ บริการ รูปแบบธุรกิจ ช่องทางการจำหน่าย รวมไปถึงความร่วมมือทางธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
  2. เสริมแกร่งความเป็นหนึ่ง (Strengthen) คือการเสริมความแข็งแกร่งสถานะผู้นำตลาดอันดับหนึ่งในตลาดอาเซียน ผ่านความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห่วงโซ่มูลค่าผลิตภัณฑ์ การพัฒนากระบวนการทำงาน นวัตกรรมด้านดิจิทัล รวมไปถึงการบริหารตราสินค้า
  3. สุดพลังศักยภาพ (Unlock) คือการนำศักยภาพสูงสุดมาใช้เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียผ่านความร่วมมือทางธุรกิจ การสร้างคุณค่าจากศักยภาพสูงสุดของทรัพย์สิน และการสร้างทีมงานมืออาชีพที่มีความสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก เป็นต้น

บริษัทสามารถรักษาสถานภาพทางการเงินและความแข็งแกร่งที่มั่นคงทางธุรกิจแม้ว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเป็นปัจจัยที่ท้าทายอย่างมาก ผลจากการทบทวนของบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด บริษัทสามารถที่จะคงอันดับเครดิตขององค์กรที่ระดับ A+ จากสถานะทางการเงินของที่มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง การเป็นผู้ผลิตชาเขียวชั้นนำของประเทศไทยและมีตราสินค้าซึ่งเป็นที่รู้จักและอยู่ในความนิยมของผู้บริโภค ความเป็นผู้นำทางการตลาดล้วนเป็นปัจจัยที่พร้อมส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตของบริษัทได้เป็นอย่างดี เพื่อดำรงฐานะการเป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการสร้างตราสินค้าเพื่อคงความเป็นผู้นำทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบที่สร้างสรรค์ การสร้างความรับรู้ในตราสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ในส่วนของส่วนแบ่งการตลาดนั้นบริษัทสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งทั้งในตลาดชาพร้อมดื่ม (RTD tea market) ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในอัตราร้อยละ 48(1) นอกจากนี้บริษัทยังได้รับรางวัล “Thailand’s Most Admired Brand 2020” ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับเป็นปีที่เก้าติดต่อกันอีกด้วย

ในด้านการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ บริษัทได้มุ่งเน้นการขยายธุรกิจและทำการตลาดในประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดในประเทศกัมพูชา ประเทศลาว และประเทศมาเลเซียอีกทั้งยังมีการส่งออกไปในประเทศต่าง ๆ อีกมากมายและเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของตราสินค้า บริษัทจะสร้างโอกาสในการขยายการเติบโตในตลาดต่างประเทศได้อีกมากต่อไป

ในส่วนของความรับผิดชอบและการดูแลสังคม บริษัทได้ดำเนินโครงการ โออิชิ “ให้” สู้ภัยโควิด-19 โดยได้บริจาคผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มโออิชิ รวมถึงเงินสดให้แก่โรงพยาบาล 7 แห่งผ่านสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันบำราศนราดูร นอกจากนี้ บริษัทยังได้บริจาคแอลกอฮอล์ จำนวน 3,600 ลิตร ให้กับกระทรวงสาธารณสุข ประเทศกัมพูชา และบริจาคแอลกอฮอล์ จำนวน 2,100 ลิตร ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ประเทศลาว เพื่อนำไปใช้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำคัญในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อไป โดยรายละเอียดการดำเนินการในด้านดังกล่าวได้เปิดเผยไว้ในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน

อนึ่ง บริษัทมีนโยบายในการประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบและซื่อตรง เพื่อส่งมอบอาหารและเครื่องดื่มของบริษัทที่มีคุณภาพเป็นประโยชน์และปลอดภัยต่อผู้บริโภค บริษัทยึดมั่นในการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ในขณะเดียวกันบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด รอบคอบและรักษาสิ่งแวดล้อม ให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ดำรงคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตของลูกหลานของพวกเราด้วยความปลอดภัยให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติต่อไปอย่างยั่งยืน

ในนามคณะกรรมการบริษัท ขอเรียนว่าผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่และบริหารงานอย่างดีที่สุด เพื่อนำพาบริษัทให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจอาหาร และธำรงรักษาความเป็นผู้นำทางการตลาดอาหารญี่ปุ่นและธุรกิจชาเขียว ภายใต้กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นที่ได้โปรดให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินกิจการของบริษัทโดยเสมอมา

นายประสิทธิ์ โฆวิไลกูล
ประธานกรรมการบริษัท