ภาพรวมธุรกิจของบริษัท

ภาพรวมการประกอบธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย

บริษัทและบริษัทย่อย ประกอบธุรกิจหลัก 2 ประเภท ได้แก่

ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น มีทั้งหมด 8 แบรนด์ ดังนี้

โออิชิ แกรนด์ (1 สาขา)

โออิชิ แกรนด์ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 4 ด้วยบรรยากาศหรูหราและให้บริการด้วยรายการอาหารที่หลากหลายและหารับประทานได้ยาก โดยเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน จำกัดเวลาในการรับประทานไว้ที่ 2 ชั่วโมง30 นาที ในราคาปัจจุบันท่านละ 895 บาท

โออิชิ อีทเทอเรียม (3 สาขา)

ร้านโออิชิ อีทเทอเรียม ให้บริการอาหารญี่ปุ่นภายใต้แนวคิด 3 ส่วนผสมที่ลงตัว ประกอบด้วย “EAT– EXPLORE- PREMIUM” นำเสนออาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมจากวัตถุดิบชั้นดี และส่วนผสมของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ผสานวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นอย่างลงตัว ดื่มดำกับมหัศจรรย์ของอาหารญี่ปุ่น ผ่านรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอย่างครบครัน กับประสบการณ์ครั้งแรกของการรับประทานอาหารญี่ปุ่นที่เปิดโอกาสให้ได้ลอง ได้ทำ ได้สัมผัส ประสบการณ์ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ จำกัดระยะเวลา การรับประทานไว้ที่ 1 ชั่วโมง 45 นาที ในราคาปัจจุบันราคาท่านละ 659 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

โออิชิ บุฟเฟต์ (12 สาขา)

โออิชิ บุฟเฟต์ ให้บริการอาหารญี่ปุ่นโดยเปิดให้บริการตลอดทั้งวันแบบไม่มีรอบการให้บริการ แต่จำกัดระยะเวลาการรับประทานไว้ที่ 1 ชั่วโมง 45 นาที ในราคาปัจจุบันราคาท่านละ 569 บาทไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ในเขตกรุงเทพมหานคร และราคาท่านละ 589 บาทไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ในเขตต่างจังหวัด

ชาบูชิ (128 สาขา)

ในประเทศ 126 สาขา
ชาบูชิ ให้บริการร้านอาหารบุฟเฟต์ที่ลำเลียงมาด้วยระบบสายพาน ให้ลูกค้าเลือกบริโภคได้โดยไม่จำกัดจำนวนในราคาย่อมเยา ทั้งนี้ ชาบูชิเน้นการให้บริการอาหารซึ่งเป็นที่นิยมของชาวเอเชีย 2 ชนิด ได้แก่ สุกี้หม้อไฟญี่ปุ่น (ชาบู-ชาบู) และข้าวปั้นและข้าวห่อสาหร่ายหน้าต่าง ๆ (ซูชิ) โดยเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน แต่จำกัดระยะเวลาการรับประทานไว้ที่ 1 ชั่วโมง 15 นาที ในราคาปัจจุบันท่านละ 399 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มในเขตกรุงเทพมหานคร และราคาท่านละ 419 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และ 469 บาทรวมภาษี มูลค่าเพิ่ม ในเขตต่างจังหวัด โดยมีสาขาร้านอาหารในรูปแบบแฟรนไชส์จำนวน 1 สาขา

ต่างประเทศ 2 สาขา
บริษัทย่อยของบริษัทเปิดดำเนินการร้านอาหารชาบูชิ ณ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ จำนวน 2 สาขา

โออิชิ ราเมน (50 สาขา)

ธุรกิจร้านบะหมี่ญี่ปุ่นประเภทเส้นราเมนที่มีการพัฒนาสูตรการผลิตเส้นและสูตรปรุงน้ำซุปซึ่งเป็นเอกลักษณ์ มีรสชาติเข้มข้นและปรุงขึ้นเพื่อให้ถูกปากคนไทย ทั้งเมนูญี่ปุ่นและเมนูรสจัดแบบไทยที่มีให้เลือกหลายรายการ

โออิชิ เดลิเวอรี่ (5 สาขา)

บริการจัดส่งอาหารญี่ปุ่นถึงบ้านที่หมายเลขโทรศัพท์ 1773 ซึ่งให้บริการในพื้นที่ครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ 21 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 10.00- 21.00 น. โดยคิดค่าบริการจัดส่งครั้งละ 40 บาท และเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้า โออิชิ เดลิเวอรี่ มีบริการรับชำระด้วยบัตรเครดิตเมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำมูลค่า 500 บาท

Nikuya (18 สาขา)

ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ยากินิกุ ภายใต้แนวคิด “นิกุยะ ยากินิกุ ตำรับโอซากาแท้” ให้บริการด้วยวัตถุดิบคุณภาพดี แบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ พรีเมี่ยมบุฟเฟต์ ราคา 399 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) มีเมนูให้เลือก 40 รายการ และซูเปอร์พรีเมี่ยมบุฟเฟต์ (Super Premium Buffet) ราคา 539 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และให้บริการรูปแบบบริการ อา ลา คาร์ท (เมนูตามสั่ง) โดยมีสาขาร้านอาหารในรูปแบบแฟรนไชส์จำนวน 1 สาขา

Kakashi (23 สาขา)

ร้านข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นต่าง ๆ ที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ด้วยเมนูมากมายที่คัดสรรมาจากทั่วเกาะญี่ปุ่น ให้คุณได้อร่อยกับข้าวหน้าต่าง ๆ ร้อน ๆ พร้อมให้บริการทันใจ ในเวลาอันรวดเร็วและราคาประหยัด

Snack Shop (2 สาขา)

คีออส (Kiosk) จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือโออิชิ ทั้งแซนวิช เครื่องดื่ม และอาหารแช่แข็งที่เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าในทุกโอกาส

ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทและบริษัทย่อยมีสาขาร้านอาหารรวมทั้งสิ้น 242 สาขา โดยเป็นสาขาที่เปิดดำเนินการในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมการให้บริการ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด จำนวน 238 สาขา และสาขาที่เปิดดำเนินการในประเทศเมียนมาร์ จำนวน 2 สาขา นอกจากนี้ ร้านอาหารจำนวน 2 สาขา เป็นสาขาที่ให้บริการในรูปแบบของแฟรนไชส์ ได้แก่ ร้านชาบูชิ สาขา เอ็มเอ็ม เมก้ามาร์เก็ต อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และ ร้านนิกุยะ สาขาบุรีรัมย์ คาสเซิล จังหวัดบุรีรัมย์

ธุรกิจอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน (Ready to Cook and Ready to Eat Products)

ในปี 2560 บริษัทพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทานทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็งอย่างต่อเนื่อง เช่น การออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์แซนวิชรสชาติใหม่ ๆ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์เกี๊ยวซ่าที่มีการปรับทั้งตัวผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ในขณะที่ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานในกลุ่มราเมนแช่แข็งก็มีการนำเสนอรสชาติใหม่เช่นเดียวกัน นอกจากนั้น บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ในการผลักดันและเพิ่มปริมาณสินค้าที่จัดจำหน่ายผ่านแต่ละช่องทางการจัดจำหน่ายในปัจจุบัน ส่งผลให้รายได้หรือยอดขายของธุรกิจดังกล่าวมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นจากปี 2559 ประมาณร้อยละ 8 ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าว ให้มีความหลากหลายเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น และรองรับการขยายตัวของตลาดอาหารพร้อมทานที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต และพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบันที่เน้นการรับประทานอาหารที่สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งอาหารพร้อมทานสามารถตอบสนองต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคดังกล่าวได้เป็นอย่างดี