ประวัติความเป็นมาของบริษัท

  • เหตุการณ์สำคัญในปี 2561

    กลุ่มบริษัทโออิชิ ได้ดำเนินการโครงการการจัดกลุ่มธุรกิจของบริษัทย่อยภายในกลุ่มบริษัทโออิชิ(“โครงการ”) เพื่อแบ่งแยกสายธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทโออิชิให้มีความชัดเจน เกิดความคล่องตัวในด้านการบริหารจัดการ โดยการโอนธุรกิจและทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอาหารกึ่งสำเร็จรูปและอาหารสำเร็จรูป รวมถึงการจัดหา ผลิตและจัดส่งวัตถุดิบด้านอาหาร (“ธุรกิจครัวกลาง”) จากบริษัท โออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด ให้แก่ บริษัท โออิชิ ฟู้ด เซอร์วิส จำกัด (เดิมชื่อบริษัท โออิชิ สแน็ค จำกัด) โดยการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทโออิชิให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

    บริษัทยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มด้วยรางวัลอันทรงคุณค่าต่าง ๆ ที่ได้รับ อาทิเช่น Superbrands Thailand Award 2017 ในฐานะแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่ประสบความสำเร็จด้านการสร้างแบรนด์และเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค รางวัล The Most Powerful Brands 2018 ในฐานะแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในกลุ่มชาพร้อมดื่ม รางวัล Thailand’s Most Social Power Brand 2018 ซึ่งวัดประสิทธิภาพการใช้สื่อออนไลน์ของธุรกิจโดยได้คะแนนอันดับหนึ่งในหมวดชาพร้อมดื่ม รางวัลโล่เกียรติคุณมหกรรมอาหารปลอดภัยตามยุทธศาสตร์ชาติ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จากกระทรวงสาธารณสุข และประกาศนียบัตรจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่มที่มีส่วนช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในงานร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน ประจำปี 2561 จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

    ในส่วนของการจัดอันดับเครดิตองค์กรนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (“ทริสเรทติ้ง”) ได้คงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท ที่ระดับ “A+” ซึ่งสะท้อนถึงสถานะผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มในประเทศไทย ตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักอย่างดี และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยได้ให้แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงสถานะเป็นบริษัทที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อีกทั้ง จะยังคงรักษาสถานะทางการแข่งขันในตลาดชาพร้อมดื่มและสร้างผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องต่อไป

    นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทยังมีพัฒนาการด้านการดำเนินธุรกิจที่สำคัญในแต่ละสายธุรกิจ ดังนี้

    ธุรกิจอาหาร

    ธุรกิจร้านอาหาร

    ในปี 2561 กลุ่มบริษัทโออิชิ ได้พัฒนาและยกระดับสินค้าและการให้บริการภายในร้านอาหารแบรนด์ต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัทโออิชิ ดังนี้

    1. ร้านโออิชิ อีทเทอเรียม ให้บริการภายใต้แนวคิดที่ผสมผสาน 3 องค์ประกอบอย่างลงตัว ได้แก่ “EAT - EXPLORE - PREMIUM" โดยนำเสนออาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมจากวัตถุดิบชั้นดี และส่วนผสมของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ผสานวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นอย่างลงตัว ดื่มด่ำกับมหัศจรรย์ของอาหารญี่ปุ่น ผ่านรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอย่างครบครัน กับประสบการณ์ครั้งแรกของการรับประทานอาหารญี่ปุ่น ที่เปิดโอกาสให้ได้ลอง ได้ทำ ได้สัมผัสประสบการณ์ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ โดยเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกบริเวณชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ก่อนเดินหน้าขยายพื้นที่ให้บริการและสาขาเพิ่มเติมได้แก่ สาขาศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ตฟลอเรสต้า

    2. ร้านโออิชิ แกรนด์ จัดเทศกาลอาหารพิเศษในเทศกาล “Sushi Moon Cake” ให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบพิเศษ กับการนำข้าวญี่ปุ่นผสมชาเขียวสอดไส้ไข่แดงและผสมความกล่อมกลมด้วยปูอัดไข่กุ้งในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

    3. ร้านโออิชิ แกรนด์ จัดเทศกาลอาหารพิเศษในเทศกาล “Phuket Lobster Festival 2016” ในช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติ โดยนำ กุ้งมังกรภูเก็ต (Phuket Lobster) มาใช้เป็นวัตถุดิบในรายการอาหารที่หลากหลายในราคาสุดพิเศษ ซึ่งกุ้งมังกรภูเก็ตถือเป็นวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงอย่างมากของจังหวัดภูเก็ต โดยได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังถือเป็นการส่งเสริมและช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครู้จักและบริโภคกุ้งมังกรภูเก็ตอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

    4. ร้านชาบูชิ ภายใต้แนวคิด “Shabushi and So Much More ชาบู ซูชิ และอีกมากมายล้นสายพาน” ที่ปรับการให้บริการภายในร้านอาหารโดยเน้นการสร้างคุณค่าและความหลากหลายของรายการอาหาร พร้อมนำเสนอเมนูใหม่สไตล์ญี่ปุ่นทุก ๆ 3 เดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง

    5. ร้านโออิชิ ราเมน ได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ มุ่งเน้นความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นและน้ำซุปตามตำรับชาวญี่ปุ่น โดยรวบรวมราเมนสูตรพิเศษจากทั่วประเทศญี่ปุ่น มาให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง ได้แก่ ซุปราเมนที่เข้มข้นที่สุดตามตำรับชาวฟุกุโอกะ ทงคัตสึ ซุป หรือมิโซะเอบิ ราเมน สไตล์ฮอกไกโด ให้ทุกสัมผัสคือการเดินทางไปตามเส้นสายและซุปที่เต็มไปด้วยรสชาติ

    6. ร้านคาคาชิ ร้านอาหารบริการด่วนหรือคิวเอสอาร์ (Quick Service Restaurant “QSR”) กับแบรนด์คอนเซปต์ใหม่ ชูความอร่อย สะดวก คุ้มค่า ในคอนเซปต์ ข้าวหน้าล้น เพิ่มปริมานเนื้อสองเท่า (x2) เน้นหน้าแบบจุใจ เมนูแนะนำข้าวหน้าล้นสไปซี่ไข่ออนเซน และข้าวหน้าล้นเบคอนย่าง มาพร้อมอาหารทานเล่นหลากหลายในสไตล์อิซากายะ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจในคุณค่าทางโภชนาการแก่ผู้บริโภค

    ธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน

    เนื่องจากกลุ่มบริษัทโออิชิถือเป็นผู้นำด้านอาหารญี่ปุ่นและการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์รายหนึ่งในประเทศไทย กลุ่มบริษัทโออิชิจึงมีการพัฒนาและนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพและความหลากหลายทั้งในด้านรูปแบบ รสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการขยายฐานการตลาดและจัดกิจกรรมการทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าและสร้างการรับรู้ในตราสินค้าให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    1. การพัฒนาและออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแซนวิชเพื่อสุขภาพ “โออิชิ แซนวิช พลัส” อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองกระแสความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพ อาทิเช่น แซนวิชผสมธัญพืชไส้ทูน่าผสมควินัวและเห็ด แซนวิชผสมธัญพืชไส้อกไก่ซอสพริกไทยดำ แซนวิชผสมธัญพืชไส้ปูอัดสลัดไข่วากาเมะ และแซนวิชผสมธัญพืชไส้อกไก่ซอสสลัดงา เป็นต้น

    2. การขยายฐานการตลาดในการส่งออกสินค้าไปจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทเกี๊ยวซ่าในรูปแบบและรสชาติใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในประเทศแถบยุโรปมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 83

    3. การประสานความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายฐานทางการตลาดอาหารพร้อมทานแบบแช่แข็ง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี๊ยวซ่าแช่แข็ง สู่ช่องทางการจำหน่ายในกลุ่มธุรกิจห้างขนาดย่อมหรือ Other Modern Trade (OMT) ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (Other Modern Trade) โดยได้เริ่มดำเนินการในลักษณะของโครงการนำร่องในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก เพื่อขยายผลสู่ภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยต่อไป

    ธุรกิจเครื่องดื่ม

    ในปี 2561 บริษัทมีการพัฒนาและออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคิดค้นพัฒนาสินค้ารสชาติและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อให้มีความทันสมัย ถูกใจกลุ่มวัยรุ่น และการขยายฐานการจัดจำหน่ายสินค้าไปยังกลุ่มประเทศใหม่ ๆ ดังนี้

    1. การออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ชาเขียว โออิชิ รสน้ำผึ้งผสมมะนาว ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศโดยการนำสุดยอดน้ำผึ้ง “เฮียกขะมิทสึ” (Hyakkamitsu) จากประเทศญี่ปุ่นมาเป็นส่วนผสมเพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำความใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคและความเป็นญี่ปุ่นต้นตำรับของผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ชาเขียว โออิชิ รสน้ำผึ้งผสมมะนาว สูตรดับเบิ้ลเลมอน ซึ่งมีรสเปรี้ยวเป็นพิเศษ แต่ยังคงความกลมกล่อมของรสชาติน้ำผึ้งผสมมะนาวในแบบฉบับของโออิชิได้เป็นอย่างดี รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ชาพร้อมดื่ม ระดับพรีเมียม ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ โออิชิ โกลด์ (Oishi Gold) ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมรสชาติและบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ ที่จะสร้างประสบการณ์พิเศษที่แปลกใหม่ให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 เพื่อสร้างความแปลกใหม่และกระตุ้นตลาดชาพร้อมดื่มในช่วงปลายปี

    2. การขยายตลาดการจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศไปยังประเทศใหม่ ๆ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ราชอาณาจักรบาห์เรน ออสเตรีย และสาธารณรัฐไอซ์แลนด์ เป็นต้น
  • เหตุการณ์สำคัญในปี 2560

    บริษัทคำนึงถึงและให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องของสุขลักษณะและความปลอดภัยของอาหารตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ บริษัทจึงได้พัฒนาคุณภาพและระดับการให้บริการ พร้อมทั้งดำเนินการเพื่อขอการรับรองระบบคุณภาพจากองค์กรชั้นนำของโลกทางด้านการตรวจสอบ การทดสอบ และการรับรองระบบ โดยร้านอาหารของบริษัทได้รับการรับรองระบบคุณภาพครอบคลุม 3 ระบบ ได้แก่ GMP HACCP และ ISO 9001:2015 ในขอบข่ายเนื้อหา “การบริการในภัตตาคารและร้านอาหาร ครอบคลุมอาหารสไตล์ญี่ปุ่น” รวมทั้งสิ้น 244 สาขา ซึ่งครอบคลุมทุกสาขาร้านอาหารของกลุ่มบริษัทโออิชิ ณ วันที่ได้รับการรับรอง เพื่อตอบสนองความพึงพอใจ และคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้า โดยถือเป็นรายแรกของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับรองระบบคุณภาพครอบคลุมทั้ง 3 ระบบและในทุกสาขาร้านอาหาร นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับรางวัลที่ช่วยตอกย้ำความเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ รางวัล “สุดยอดแบรนด์แห่งปี Superbrands Thailand 2016 จากซุปเปอร์แบรนด์ ประเทศไทย” ซึ่งช่วยตอกย้ำ ความสำเร็จในฐานะที่ “โออิชิ” เป็นแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่ประสบความสำเร็จด้านการสร้างแบรนด์ในประเทศไทยและได้รับการยอมรับเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค และรางวัล “The Most Powerful Brands of Thailand 2016” ในฐานะที่ “โออิชิ” เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในกลุ่มชาพร้อมดื่ม ประจำปี 2559

    ในส่วนของการจัดอันดับเครดิตองค์กรนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (“ทริสเรทติ้ง”) ได้ทบทวนและยืนยันอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “A+” ซึ่งสะท้อนถึงสถานะผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มในประเทศไทย ตลอดจนการมีกระแสเงินสดที่เติบโตขึ้นและสภาพคล่องทางการเงินที่ดี โดยได้ให้แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงสถานะเป็นบริษัทที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อีกทั้งจะยังคงรักษาสถานะทางการแข่งขันในตลาดชาพร้อมดื่ม และสร้างผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องต่อไป

    นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทยังมีพัฒนาการด้านการดำเนินธุรกิจที่สำคัญในแต่ละสายธุรกิจ ดังนี้

    ธุรกิจอาหาร

    ธุรกิจร้านอาหาร

    ในปี 2560 กลุ่มบริษัทโออิชิได้พัฒนาและยกระดับสินค้าและการให้บริการภายในร้านอาหารแบรนด์ต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัทโออิชิ ดังนี้

    1. ร้านโออิชิ อีทเทอเรียม เปิดตัวคอนเซ็ปต์ร้านใหม่ภายใต้แนวคิด 3 ส่วนผสมที่ลงตัว ประกอบด้วย “EAT – EXPLORE - PREMIUM” นำเสนออาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมจากวัตถุดิบชั้นดี และส่วนผสมของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ผสานวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นอย่างลงตัว ดื่มด่ำกับมหัศจรรย์ของอาหารญี่ปุ่นผ่าน รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอย่างครบครัน กับประสบการณ์ครั้งแรกของการรับประทานอาหารญี่ปุ่นที่เปิดโอกาสให้ได้ลอง ได้ทำ ได้สัมผัส ประสบการณ์ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ โดยเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกที่ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ก่อนเดินหน้าขยายพื้นที่ให้บริการและสาขาเพิ่มเติมได้แก่ สาขา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

    2. ร้านโออิชิ บุฟเฟต์ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา เรื่อง “EAT LIKE A KING” ประสบการณ์ทานอาหารญี่ปุ่นระดับ คิง!!! ต้นตำรับภัตตาคารบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นยกระดับความอร่อยครั้งยิ่งใหญ่!! พร้อมจัดทัพเมนูใหม่กว่า 30 เมนู เพื่อสร้างประสบการณ์ตลอดจนรสสัมผัสที่หลากหลายให้คนรักอาหารญี่ปุ่นได้ลิ้มลองเมนูใหม่ชั้นดี…. มีให้ไม่อั้น! เสมือนดั่งจักรพรรดิแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จึงเป็นที่มาของภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด “KING OF JAPANESE FOOD” ที่บอกเล่าเรื่องราวถึงประสบการณ์ที่น่าประทับใจของผู้ที่ได้รับประทานโออิชิ บุฟเฟต์ รูปแบบใหม่ เมื่อได้เห็น ได้สัมผัส รายการอาหารชั้นดีมากมาย ได้ดื่มด่ำกับรสชาติอันปราณีตและพิถีพิถัน ที่รายล้อมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จึงนับเป็นที่สุดแห่งประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นระดับจักรพรรดิที่รอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเองที่ โออิชิ บุฟเฟต์

    3. ร้านโออิชิ แกรนด์ จัดเทศกาลอาหารพิเศษในเทศกาล “Phuket Lobster Festival 2016” ในช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติ โดยนำ กุ้งมังกรภูเก็ต (Phuket Lobster) มาใช้เป็นวัตถุดิบในรายการอาหารที่หลากหลายในราคาสุดพิเศษ ซึ่งกุ้งมังกรภูเก็ตถือเป็นวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงอย่างมากของจังหวัดภูเก็ต โดยได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังถือเป็นการส่งเสริมและช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครู้จักและบริโภคกุ้งมังกรภูเก็ตอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

    4. ร้านชาบูชิ บริษัทได้ดำเนินแผนงานการปรับรูปแบบการให้บริการใหม่ ภายใต้แนวคิด “Shabushi and So Much More ชาบู ซูชิ และอีกมากมายล้นสายพาน” ที่ปรับการให้บริการภายในร้านอาหาร โดยเน้นการสร้างคุณค่าและความหลากหลายของรายการอาหาร และการให้บริการที่น่าประทับใจแก่ผู้ใช้บริการ

    5. ร้านโออิชิ ราเมน นำเสนอรายการอาหารใหม่ ได้แก่ ยากิโซบะชีสซึ โตเกียว ราเมน และอื่น ๆ โดยมีการหมุนเวียนเปลี่ยนรสชาติ ทุกรอบระยะเวลา 2 เดือน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค โดยได้รับผลตอบรับอย่างดีมากจากผู้บริโภค

    6. ร้านนิกุยะ ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ไม่ว่ารูปแบบบริการ อา ลา คาร์ท (เมนูตามสั่ง) ที่เพิ่มมาใหม่ จากเดิมที่มีเพียงบริการอาหารแบบบุฟเฟต์ เนื่องจากทางร้านเองต้องการตอบสนองและให้บริการลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น รวมไปถึงการเปลี่ยนสโลแกนร้านเป็น “นิกุยะ ยากินิกุตำรับโอซากาแท้” จากเดิมที่ใช้สโลแกน “นิกุยะ บุฟเฟต์ปิ้งย่างตำรับญี่ปุ่นแท้” ประเด็นหลักในการปรับโฉมของนิกุยะครั้งนี้คือการเพิ่มการให้บริการ อา ลา คาร์ท บริโภคสามารถเลือกสั่งเป็นชุด หรือสั่งเมนูเดี่ยวก็ได้ ซึ่งแบบ ชุด จะมี 2 แบบ คือ แบบชุดซูเปอร์พรีเมี่ยม (เหมาะสำหรับ 2 ท่าน) และแบบชุดพรีเมี่ยม (เหมาะสำหรับท่านเดียว) สำหรับคนที่อยากเลือก เมนู อา ลา คาร์ท จุดเด่นคือความหลากหลายที่คัดวัตถุดิบมาจากหลายประเทศ ซึ่งพิจารณาแล้วว่าเหมาะกับการปิ้งย่าง มีให้เลือก มากกว่า 70 เมนู มีเนื้อสัตว์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งเนื้อวากิว (ส่วนสันคอ) นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เนื้อริบอาย เนื้อโจคารูบิ เนื้อคารูบิพรีเมี่ยมจากออสเตรเลีย เนื้อฮารามิจากสหรัฐอเมริกา รวมไปถึง หมู ไก่ กุ้ง เบคอน แซลมอนนอร์เวย์ หอยแมลงภู่ นิวซีแลนด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่เพียงเท่านี้ ในส่วนของเมนูบุฟเฟต์ก็ได้ปรับเปลี่ยนระดับราคาบุฟเฟต์จากเดิมราคา 519 บาท ให้หลากหลายขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ พรีเมี่ยม บุฟเฟต์ ราคา 399 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) มีรายการอาหารให้เลือก 40 รายการ และซูเปอร์พรีเมี่ยม บุฟเฟต์ (Super Premium Buffet) ราคา 539 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) มีรายการอาหารให้เลือกกว่า 50 รายการ ความแตกต่างของ สองบุฟเฟต์นี้คือ ซูเปอร์พรีเมี่ยม บุฟเฟต์ มีเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ มากกว่าพรีเมี่ยม บุฟเฟต์ ที่มีเนื้อนำเข้าเพียงรายการเดียว

    7. ร้านคาคาชิ ร้านอาหารบริการด่วนหรือคิวเอสอาร์ (Quick Service Restaurant “QSR”) กับแบรนด์คอนเซ็ปต์ใหม่! ชูความอร่อย สะดวก คุ้มค่า ผ่านรายการอาหารชุดที่คัดสรรมาด้วยความตั้งใจ ทั้งเซตข้าวหน้าแกงกะหรี่ สูตรเข้มข้นพิเศษ และเซตข้าวหน้าต่าง ๆ ในสไตล์โตเกียว เน้นปรุงสด ที่ต่อที่ เพื่อให้ทุกมื้อของคนไทยเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข สนุก และอบอุ่นกว่าที่เคย สำหรับรูปแบบการให้บริการนั้น เน้นความรวดเร็วและการบริการตนเองของลูกค้าแบบเซลฟ์ เซอร์วิส (Self Service Model) ผ่านขั้นตอนสั่งอาหารและรับอาหารง่าย ๆ เพียงแค่ (1) เข้าคิวและสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์ พร้อมชำระเงิน (2) รับอุปกรณ์ส่งสัญญาณ หรือ Beeper จากพนักงานและมานั่งรออาหารที่โต๊ะ (3) เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณ จาก Beeper ให้มารับอาหารที่เคาน์เตอร์ และ (4) หยิบช้อน ส้อม ตะเกียบ และเครื่องปรุงได้ที่เคาน์เตอร์อุปกรณ์ ทั้งนี้ การนำอุปกรณ์ส่งสัญญาณ หรือ Beeper มาใช้ ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานบริการของ “คาคาชิ” ให้แตกต่างจากร้านอาหารจานด่วน และร้านอาหารญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป การปรับปรุงภาพลักษณ์ของ “คาคาชิ” ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงยุทธศาสตร์การดำเนิน ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและ “สร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ” มาโดยตลอด แม้ตลาดร้านอาหาร ญี่ปุ่นจะมีการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม พร้อมวางเป้าหมายสูงสุดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่น หรือ “EXPERT OF JAPANESE FOOD” ภายในปี 2020 ที่มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

    ธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน

    เนื่องจากกลุ่มบริษัทโออิชิถือเป็นผู้นำด้านอาหารญี่ปุ่นและการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์รายหนึ่งในประเทศไทย กลุ่มบริษัทโออิชิจึงมีการพัฒนาและนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพและความหลากหลาย ทั้งในด้านรูปแบบ รสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการขยายฐานการตลาดและจัดกิจกรรมการทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าและสร้างการรับรู้ในตราสินค้าให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    1. การพัฒนาและวางจำหน่ายประเภทแซนวิชเพื่อสุขภาพ “โออิชิ แซนวิช พลัส” รสทูน่าสลัดไข่ และสลัดอกไก่ เพื่อตอบสนอง กระแสความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพ

    2. การพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์โออิชิ เกี๊ยวซ่า ไส้หมู เพื่อเป็นการคืนกำไรแก่ผู้บริโภคที่ให้การตอบรับกับผลิตภัณฑ์ด้วยดีเสมอมา โดยการเพิ่มปริมาณไส้และปรับแป้งให้มีความบางมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างความแปลกใหม่โดยการปรับแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างกระแสและการรับรู้ถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ใหม่ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

      นอกจากนี้ เพื่อเป็นการตอบรับกับกระแสความใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภค กลุ่มบริษัทโออิชิได้พัฒนาและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์โออิชิ เกี๊ยวซ่า ไรซ์เบอร์รี่ ไส้หมูสลัดงา ซึ่งถือเป็นการพัฒนารสชาติใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้มื้ออาหารทานเล่น ซึ่งมีจุดเด่นที่แป้งเกี๊ยวซ่าไรซ์เบอร์รี่ที่มีประโยชน์ ลดปริมาณน้ำตาลและมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก รวมถึงน้ำจิ้มสูตรใหม่ “ซอสสลัดงาญี่ปุ่น” ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยหาซื้อได้ที่ 7-Eleven ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ

    3. การออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราเมนประเภทแช่แข็ง 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ ราเมนกะเพราหมูและราเมนผัดขี้เมาไก่ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความนิยมและการตอบรับที่ดีของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ราเมนประเภทแช่แข็งที่จัดจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน โดยวางจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศเพื่อเพิ่มทางเลือกและช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างสะดวกและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

    4. การเข้าร่วมงาน THAIFEX-World of Food Asia 2017 (งานแสดงสินค้าอาหาร ปี 2560) ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งถือเป็นงานแสดงสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่นับว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อเป็นการขยายฐานทางการตลาดและสรรหาคู่ค้าใหม่ ๆ ในช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ และช่องทาง Food Service รวมถึงการเข้าร่วมงานดังกล่าวยังถือเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจและการรับรู้ในตราสินค้าโออิชิได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

    ธุรกิจเครื่องดื่ม

    ในปี 2560 บริษัทมีการพัฒนาและออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง ต่อเนื่อง รวมถึงการคิดค้นพัฒนาสินค้ารสชาติและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้มีความทันสมัย ถูกใจกลุ่มวัยรุ่น และการขยายฐานการจัดจำหน่าย สินค้าไปยังกลุ่มประเทศใหม่ ๆ ดังนี้

    1. การออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โออิชิ ชาเขียว กลิ่นซากุระ สตรอร์เบอร์รี่ ในช่วงต้นปี ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ บรรจุภัณฑ์เปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ เพื่อตอบสนองความต้องการ ของกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบการบริโภคชาเขียว ให้ได้รับความแปลกใหม่ และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ มีแผนงานการออกจำหน่าย ผลิตภัณฑ์โออิชิ ชาเขียว รสส้มยูซุ ที่จะเป็นรสชาติใหม่ในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ชาเขียวเคี้ยวได้ออกมาเสริมผลิตภัณฑ์โออิชิ ชาเขียวกลิ่นองุ่นเคียวโฮ ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยผลิตภัณฑ์โออิชิ ชาเขียว รสส้มยูซุ นี้เริ่มวางจำหน่ายใน เดือนพฤศจิกายน 2560

    2. การขยายตลาดการจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศไปยังประเทศใหม่ ๆ ได้แก่ สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรสวีเดน และสาธารณรัฐอินเดีย เป็นต้น

  • ดำเนินการเพิ่มทุนในบริษัทย่อย ได้แก่ Oishi International Holdings Limited และ Oishi F&B (Singapore) Pte. Ltd. โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อรองรับการเพิ่มทุนของ Oishi Myanmar Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและรองรับการขยายตัวของ ธุรกิจในอนาคต

    ร้านโออิชิ แกรนด์ จัดเทศกาลอาหารพิเศษ “Phuket Lobster Festival 2016” ในช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติ

    ร้านโออิชิ บุฟเฟต์ จัดเทศกาลอาหารสุดพิเศษตลอดปี อาทิเช่น เทศกาลมากิ

    ร้านชาบูชิ ปรับรูปแบบการให้บริการใหม่ภายใต้แนวคิด “Shabushi and So Much More” โดยเน้นการสร้าง คุณค่าและความหลากหลายของรายการอาหารและ การให้บริการที่น่าประทับใจ

    ร้านโออิชิ ราเมน นำเสนอรายการอาหารใหม่ ได้แก่ นาเบะ หรือหม้อไฟตามแบบฉบับญี่ปุ่น โดยมีการหมุมเวียน เปลี่ยนรสชาติทุกรอบระยะเวลา 2 เดือน

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์แซนวิชรูปแบบใหม่ โออิชิ แซนวิช อบร้อน โดยมีช่องทางการจัดจำหน่ายหลักผ่านร้าน แฟมิลี่ มาร์ท

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์โออิชิ เกี๊ยวซ่ารวมรส โดยนำ เกี๊ยวซ่าต่างรสชาติถึง 5 รสชาติมาบรรจุรวมกันใน บรรจุภัณฑ์เดียวกัน จัดจำหน่ายผ่านร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โออิชิ โอปัง ขนมปังรูปหน้าหมี สอดไส้ ที่สามารถแต่งหน้าตุ๊กตาหมีได้ตามจินตนาการ โดยจัดจำหน่ายผ่านร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานแช่แข็งประเภท เส้นราเมน โดยจัดจำหน่ายผ่านช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ต และซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์โออิชิ ชาเขียว กลิ่นองุ่นเคียวโฮ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ชาเขียวเคี้ยวได้ และผลิตภัณฑ์โออิชิ ชาเขียวกลิ่นซากุระ สตรอเบอร์รี่ ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ บรรจุภัณฑ์เปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ เพื่อตอบสนอง ความต้องการผู้บริโภคเพื่อให้ได้ความแปลกใหม่และ สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

    ขยายตลาดการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในต่างประเทศ ไปยังประเทศใหม่ ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

  • เปิดดำเนินการร้าน “ชาบูชิ” เพิ่มอีก 1 สาขา ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ที่ Junction Square Shopping Center

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม รสชาติใหม่ “โออิชิ คาบูเซฉะ สูตรน้ำตาลน้อย” เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบชาเขียวระดับ พรีเมี่ยมและห่วงใยสุขภาพ

    เริ่มจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม “โออิชิ รสแตงโม” ขนาด 380 มล. ซึ่งจัดจำหน่ายเฉพาะช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนมิถุนายน เท่านั้น

    เพิ่มขนาดบรรจุภัณฑ์ใหม่ เครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม “โออิชิ ขนาด 800 มล.”โดยมีจัดจำหน่ายใน 3 รสชาติ ได้แก่ รสน้ำผึ้งผสมมะนาว รสข้าวญี่ปุ่น และรสลิ้นจี่ รวมถึงการปรับเปลี่ยนขนาดและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ โออิชิ ฟรุตโตะ จากขนาด 350 มล. เป็น 380 มล.

    เชิญเชฟกระทะเหล็กจากประเทศญี่ปุ่น “เชฟฮิโรยูกิ ซาไก” มารังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ให้ลูกค้าได้ลิ้มลองภายในร้าน “โออิชิ บุฟเฟต์” ตลอดทั้งปี

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มแซนวิชใหม่ ภายใต้ชื่อ “โออิชิ เทรนดี้โรล” ผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ “โออิชิ เกี๊ยวซ่า” อาทิ เกี๊ยวซ่าไส้สไปซี่ซีฟู๊ด ไส้กระเพราหมู และ ไส้หมูยากินิกุ

    เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งประเภทข้าว “โออิชิ เบนโตะ” ในหลากหลายรสชาติ ได้แก่ ข้าวหมูสไปซี่ ข้าวหมูซอสญี่ปุ่น และข้าวหน้าไก่เทอริยากิ โดยจำหน่าย ในช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ตและซุปเปอร์มาร์เก็ต

    ปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ชาเขียวโออิชิ คาบูเซฉะ ให้มี ความสดใสและทันสมัย แต่ยังคงความเป็นญี่ปุ่น แบบพรีเมี่ยม และการปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ชาดำโซดา โออิชิ ชาคูลล์ซ่า เป็นกระป๋องทรงสลีค

    ขยายตลาดการจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศไปยัง ประเทศใหม่ ๆ ได้แก่ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐฟินแลนด์ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือ

  • จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ อันได้แก่ บริษัท โออิชิ สแน็ค จำกัด ในประเทศไทย Oishi F&B (Singapore) Pte. Ltd. ("OSPL") ในประเทศสิงค์โปร์ และ Oishi Myanmar Limited ("OML") ในประเทศสาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนมาร์ (ประเทศเมียนมาร์)

    เปิดดำเนินการร้านอาหารชาบูชิ ในเมืองย่างกุ้ง และ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์

    ออกแซนวิชรูปแบบใหม่ "โออิชิ เทรนดี้" 3 รสชาติ ได้แก่ "แฮมไก่ชีส" "ทูน่าซีซาร์สลัด" และ "ปูอัดอลาสก้าไข่กุ้ง" เพื่อจัดจำหน่ายภายในร้านโลตัส เอ็กซ์เพรส

    ออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ได้แก่ เครื่องดื่มชาเขียว พร้อมดื่ม "โออิชิ คาบูเซฉะ" ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชาเขียว ผลิตจากชาคลุมระดับพรีเมี่ยม เครื่องดื่มชาสมุนไพร พร้อมดื่ม "โออิชิ โอเฮิร์บ" และเครื่องดื่มชาผสมนม รสชาติใหม่ "โออิชิ โตเกียว บานาน่า"

    ในเดือนธันวาคม 2557 โครงการ Cold Aseptic Filling สายการผลิตที่ 3 ที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรม นวนคร เริ่มผลิตเพื่อการพาณิชย์

  • ในเดือนมีนาคม โครงการ Cold Aseptic Filling สายการผลิตที่ 2 ที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เริ่มผลิตเพื่อการพาณิชย์

    เปิดดำเนินการครัวกลางแห่งใหม่ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

    นำชาเขียวผสมผลไม้ "ฟรุตโตะ" กลับมาขายอีกครั้ง พร้อมออกรสชาติใหม่ 3 รสชาติได้แก่ "สตรอเบอรี่ และเมลอน", "เลมอนและเบอรี่" และ "แอ๊ปเปิ้ลเขียวและองุ่นขาว"

    ออกเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่มรสชาติใหม่ "ลิ้นจี่"

    ออกแซนวิชรสชาติใหม่ "หมูอบชีส" และเกี๊ยวซ่า รสชาติใหม่ "หมูทาโกะยากิ"

    ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนเพิ่มอีก 4 โครงการ สำหรับ ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี

  • เปิดตัวผลิตภัณฑ์สาหร่ายทอดกรอบ "โอโนริ"

    ออกเครื่องดื่มชาเขียวแบบกล่อง UHT ลายการ์ตูน "One Piece"

    เปิดให้บริการร้านข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่น "คาคาชิ"

    ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการ Cold Aseptic Filling สายการผลิตที่ 2

    ออกผลิตภัณฑ์ชาเขียวขวดแก้วแบบคืนขวด

  • ออกเครื่องดื่มชาเขียวผสมน้ำผลไม้ Fruito

    ออกเครื่องดื่มชาเขียวกระป๋องผสมโซดาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

    เปิดร้านอาหาร Nikuya ยากินิกุ บุฟเฟต์ปิ้งย่างในสไตล์ญี่ปุ่น

  • ออกเครื่องดื่มรสชาติใหม่ Goji Berry

    ซื้อที่ดินเพิ่มเติมที่โรงงานนวนคร ทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 61.5 ไร่

    ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนเพิ่มสำหรับสองโครงการคือ Cold Aseptic Filling และ UHT

  • เปิดให้บริการร้านอาหารอุด้งและโซบะ Kazokutei แฟรนไชส์จากประเทศญี่ปุ่น

    ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ อะมิโน โอเค มาเป็น อะมิโน พลัส โดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดและ จุดขายใหม่ทั้งหมด

  • ออกผลิตภัณฑ์ใหม่กาแฟพร้อมดื่มภายใต้ชื่อ คอฟฟิโอ

    บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

  • ออกผลิตภัณฑ์ชาเขียวรสชาดำผสมมะนาว

  • เปิดดำเนินการโรงงานอมตะนคร

  • เริ่มผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมอะมิโนภายใต้ชื่อ อะมิโน โอเค

  • วันที่ 25 สิงหาคม 2547 นำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    เปิดบริการ โออิชิ แกรนด์ แกรนด์บุฟเฟต์ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่

  • เปิดดำเนินการครัวกลางแห่งใหม่ที่โรงงานนวนคร หน่วยผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสนับสนุนการขาย ภายในร้านค้าของบริษัท

    เริ่มการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวออกสู่ตลาดภายใต้ชื่อ โออิชิ กรีนที

  • เปิดบริการร้านอาหารระบบสายพานสไตล์บุฟเฟต์ที่บริการทั้งข้าวปั้นหน้าต่างๆ และสุกี้หม้อไฟญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ ชาบูชิ

  • เปิดดำเนินการครัวกลางแห่งใหม่ที่โรงงานนวนคร หน่วยผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสนับสนุนการขาย ภายในร้านค้าของบริษัท

    เริ่มการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวออกสู่ตลาดภายใต้ชื่อ โออิชิ กรีนที

  • เปิดให้บริการร้านบะหมี่ญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ โออิชิ ราเมน

  • วันที่ 9 กันยายน 2542 เปิดดำเนินการร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ